27 พฤษภาคม 2556

เดี่ยวเพลงโหมโรง

โหมโรงเสภา

                           

              เพลงกังวาลเบิกหล้า               โอ่เสียงพามไกลใกล้
       สำเนียงบอกความใน                      มีงานเรื่มรู้รับกัน
              บทเพลงดังขับขาน                 ใช้กล่อมกาลในงานนั้น 
       เชิญเทพศักดิ์สิทธิ์พลัน                  ได้สถิตมีมงคล
              เสียงปลุกเร้าเอื้อนออด            ระทึกยอดเสนาะดล
       ฟังเคลิ้มคล้ายต้องมนต์                  ลุเพลงแรกคือ "โหมโรง"    


        เพลงโหมโรงมีหลากหลายประเภท เช่น โหมโรงพิธี โหมโรงละคร โหมโรงโขน โหมโรงเสภา โหมโรงมโหรี โหมโรงหนังใหญ่ ในแต่ละประเภทของเพลงโหมโรงจะมีกลุ่มเพลงมากมายใช้บรรเลงประกอบพิธีโดยเฉพาะ ยกตัวอย่างกลุ่มเพลงของโหมโรงพิธี ได้มีการแบ่งเป็น 3 ประเภทคือ โหมโรงเช้า โหมโรงเย็น และโหมโรงเทศน์

โหมโรงเช้า ใช้สำหรับการทำบุญเลี้ยงพระมี 5 เพลงคือ สาธุการ เหาะ รัว กลมและชำนาญ 
•โหมโรงเย็น ใช้ในพิธีที่นิมนต์พระมาเจริญพระพุทธมนต์มี 13 เพลงคือสาธุการ ตระ รัวสามลา ต้นเข้าม่าน เข้าม่าน ปฐม ลา เสมอ รัว เชิด กลม ชำนาญและกราวใน(บางครั้งอาจมีรัวท้าย)
•โหมโรงเทศน์ ใช้ในพิธีการแสดงพระธรรมเทศนา มี 6 เพลงคือสาธุการ กราวใน เสมอ เชิด ชุบและลา เป็นต้น

     ในเพลงโหมโรงอื่นๆ ก็มีกลุ่มเพลงที่จะบรรเลงจำเพาะเช่นเดียวกัน



      การแสดงของคมในครั้งนี้ จะนำเพลงในกลุ่มโหมโรงเสภามาบรรเลงเดี่ยวเครื่องดนตรีระนาดเอกในเพลง โหมโรงไอยเรศ โหมโรงอัฐมบาท และเพลงโหมโรงปฐมดุสิตบรรเลงเดี่ยวซอด้วง 
        เพลงโหมโรงเสภา ใช้ประกอบการขับเสภาโดยบรรเลงสลับกับการขับเสภา โหมโรงชุดนี้มี 2 กลุ่มเพลงคือ 
        •รัวประลองเสภา ใช้เพื่ออุ่นเครื่องนักดนตรี ก่อนที่จะขับเสภาในลำดับต่อไป 
       •ตัวเพลงโหมโรงเสภา เป็นเพลงเดี่ยวๆ มาบรรเลงเป็นชุดสั้นๆ เช่น อัฐมบาท จุฬามณี แขกมอญ พม่าวัด ฯลฯ 
        ส่วนที่คมบรรเลงจะเป็นตัวเพลงโหมโรงเสภา เป็นเพลงเดี่ยวบรรเลงเป็นชุดสั้นดังนี้




            เพลงโหมโรงไอยเรศ ...ผู้แต่งคือนายช้อย สุนทรวาทิน แต่งจากเพลงไอยเรศชูงา ๒ ท่อน และไอยเรศชูวง ๒ ท่อน รวมกันซึ่งเป็นเพลงทำนองเก่าสมัยอยุธยา อยู่ในตับเรื่องฉิ่งโบราณมาขยายเป็นอัตราสามชั้น ในสมัยรัชกาลที่ ๕  เพื่อให้เป็นเพลงโหมโรงประจำวงปี่พาทย์ของพระยาจิรายุมนตรี (เนียม) เพลงนี้จัดว่าเป็นยอดของเพลงโหมโรงเสภาซึ่งนักดนตรีนิยมนำไปบรรเลงอย่างกว้างขวางทั้งวงปี่พาทย์ วงมโหรี และวงเครื่องสาย ใช้หน้าทับปรบไก่สามชั้น






       เพลงโหมโรงอัฐมบาท ...ดัดแปลงมาจากเพลงแปดบทสามชั้นของ คุณครูหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ลูกเล่นในเพลงคิดค้นโดยวงกอไผ่ มีลูกล้อเลียนเพลงต้นแบบหลายเพลงทั้งแปดบท-เขมรปี่แก้วทางสักวาและอื่นๆ ชื่อเพลงแปลจากแปดบทเป็น “อัฐม” เลขแปด บวกกับ “บาท” ซึ่งเป็นส่วนย่อยของบท ใช้หน้าทับปรบไก่สามชั้น กลองสองหน้า (เพลงนี้ไม่มีกลอง คมใส่จังหวะคนเดียวไม่ได้ ขออภัยที่เพลงไม่สมบูรณ์) 






            เพลงโหมโรงปฐมดุสิต ...เพลงนี้เดิมเป็นเพลงหน้าพาทย์ที่ใช้บรรเลงในชุดโหมโรงเย็น และสำหรับใช้บรรเลงประกอบกิริยาของตัวละครที่จะออกไปจัดพล มีผู้แต่งไว้ 2 ทาง ทางหนึ่งเป็นของครูหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) เป็นทางที่ได้รับความนิยมแพร่หลาย มีสำเนียงและทำนองเยือกเย็นไพเราะน่าฟัง และใช้เป็นเพลงโหมโรงเสภาและมโหรี จนถึงปัจจุบัน ใช้หน้าทับปรบไก่สามชั้น



  

21 มกราคม 2556

เพลงลาวหยดน้ำ

เพลงใหม่ "ลาวหยดน้ำ"


             เนื่องด้วยเดือนนี้เป็นวาระเริ่มต้นของปี พ.ศ. 2556 ... คมขออนุญาตกล่าว “สวัสดีปีใหม่” กับทุก ๆ ท่านที่ได้ให้ความสนใจ ได้อ่าน ได้ติดตามเรื่องราวของคมมาตลอดซึ่งจะเป็นกำลังใจในการสร้างผลงานของคมเป็นอย่างดี ขอให้ทุกท่านมีความสุขความเจริญยิ่ง ๆขึ้นไปด้วยนะครับ

             กิจกรรมของคมในครั้งนี้ได้ลองทำเพลงที่ใช้ขลุ่ยเป็นเสียงนำ  เนื่องจากเจ้าขลุ่ยวางอยู่ใกล้ตัวเสมอ ขลุ่ยของคมเป็นขลุ่ยธรรมดาราคาไร้ละดับ แต่เป็นเพื่อนแท้ที่ไปไหนก็คว้าไปด้วยในเวลาที่อยากเล่นดนตรีนอกบ้าน จัดเป็นเครื่องดนตรีที่พกพาบ่อยที่สุด ทุกท่านคงเข้าใจ เพราะเจ้าขลุ่ยเขาตัวเล็ก เบา ใช้เป็นท่อนไม้ป้องกันตัวได้ ไม่เกะกะ แต่ให้ความรู้สึกอุ่นใจที่มีเครื่องดนตรีติดตัวมาด้วยซึ่งไว้ใช้ตอนอยากทบทวนเพลง และทดลองเสียงโน้ตในเพลงที่สนใจได้เลย


            นอกจากนี้ ขลุ่ยยังเป็นเครื่องดนตรีที่มีมาแต่โบราณ นิยมใช้เป่าเพื่อความบันเทิงใจเป็นการส่วนตัว ต่อมาจึงใช้ร่วมกับวงเครื่องสาย วงมโหรี และวงปี่พาทย์ ขลุ่ยนิยมบรรเลงกันทุกจังหวัดในภาคกลาง โอกาสที่ใช้บรรเลง งานมงคล งานเทศกาลต่างๆ และความบันเทิงเฉพาะตัว หลายคนคงได้ฟังเพลงขลุ่ยอันแสนไพเราะจากเพลงที่มีอยู่แล้วมากมาย เพลงของคมไม่อาจเทียบผลงานเหล่านั้น เพียงคมจะลองทำเพลงที่เน้นเสียงขลุ่ยเป็นเสียงนำแบบของคมดู คิดให้เป็นสิ่งใหม่ได้ลองทำ  เพลงนี้ใช้ชื่อว่า “ลาวหยดน้ำ” เนื่องจากใช้หน้าทับลาวในอัตราจังหวะสองชั้น มีซออู้เป็นเครื่องล้อตาม ลองมาฟังเพลงกันดูนะครับ




                          ยดน้ำเกาะฝอย          ต้นใบหยาดย้อย
                    ดุจดั่งเพชรพลอย               สะท้อนเจิดจ้า
                    ประดับไพรสณฑ์                แผ่กว้างสุดตา
                    ส่งจากฟากฟ้า                   ให้ดินชุ่มเย็น
     
                         สรรค์พลังให้                กำเนิดชีพได้
                    เลี้ยงพงไพรไว้                  อยู่คู่โลกา
                    แม้จิตคนคล้อย                  พาให้ใฝ่หา
                    กวีภาษา                           หลั่งมาเชยชม

                         ยดน้ำอ่อนไหว            ฉ่ำเย็นเห็นได้
                    ตราตรึงในใจ                     ช่วยให้สดชื่น
                    ระลึกเป็นเสียง                   สำเนียงเพลงยื่น
                    อารมณ์เป็นคลื่น                 ชักพาเป็นเพลง







เพลงลาวหยดน้ำ (ขลุ่ย-ซออู้)

.......................................................................................................

ภาพกิจกรรมวันเด็กปี 2556 ของคม

           งานวันเด็ก ปี 2556 เป็นงานที่จัดขึ้นในหมู่บ้านเล็ก ๆที่คมอาศัยอยู่ เนื่องจากมีการจัดตั้งหมู่บ้านอย่างเป็นทางการปีแรก จึงได้จัดงานวันเด็กอย่างเป็นทางการปีแรกด้วยเช่นกัน มีพิธีเปิดงานและการแสดงของคมเริ่มแสดงชุดแรก คมได้บรรเลงเดี่ยวระนาดเอกในเพลง โหมโรงจีนตอกไม้ ลาวต้อยตริ่ง ค้างคาวกินกล้วย และเดี่ยวลาวแพน เป็นเพลงสุดท้าย ขอขอบพระคุณทางหมู่บ้านที่เห็นความสำคัญของดนตรีไทยที่คมเล่น และเป็นเกียรติที่ได้มีส่วนร่วมในการเปิดงานวันเด็กปีนี้












06 ตุลาคม 2555

เพลงประกอบการแสดง

บทบาทของเพลงประกอบการแสดง

              คมได้ห่างหายจากการทำกิจกรรมหน้าเวปมานาน  พยามยามจะหาเวลาว่างมาเล่นเพลงและบันทึกเสียงโดยบรรเลงคนเดียวอย่างเคย ครั้งนี้ได้นำเพลงประกอบการแสดงที่คมชอบมาฝาก เพลงแรก...ตับภุมริน มักใช้ในการแสดงมโหรีวงใหญ่ ในโอกาสที่ดูโอ่อ่าหรูหรา เพลงที่สอง...ลาวต้อยตริ่ง ใช้ประกอบการแสดงในโอกาสทั่วไป และเพลง...กระต่ายเต้น ใช้ประกอบการแสดงในโอกาสทั่วไปเช่นกัน เพลงนี้ได้รับความนิยมในกลุ่มพื้นบ้านมักจะได้ยินได้ฟังบ่อยในการแสดงลิเกตามท้องถิ่นเป็นเพลงสุดท้าย 




เพลงตับภุมริน

           ตับภุมรินแบบสมบูรณ์ จะเป็นเพลงบรรเลงแบบ ร้องรับ สามท่อนแรกแต่งโดย หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปะบรรเลง) แต่งถวาย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมขุนเพชรบูรณ์อินทราชัย (ทูลกระหม่อมติ๋ว) เพื่อประกอบละครดึกดำบรรพ์เรื่องจันทกินรีซึ่งเป็นพระนิพนธ์ของพระองค์ บทร้องที่ทรงพระนิพนธ์ตอนนี้มีพระราชประสงค์มีบทร้องและทำนองเลียนแบบตับแม่ศรีของสมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ เมื่อ พ..ศ. ๒๔๗๖ เมื่อหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปะบรรเลง) โอนจากกระทรวงวังไปเป็นหัวหน้าแผนกดุริยางต์ไทย กรมศิลปากร จึงนำเพลงตับภุมรินมาบรรเลงขับร้องอีกครั้งหนึ่ง โดยก่อนทีนำมาบรรเลงขับร้อง ได้มอบให้ นายมนตรี ตราโมท แต่งเนื้อร้องเพิ่มอีก ๑ บท ส่วนตัวท่านเองได้แต่งทำนองขึ้นรับอีก ๑ ท่อน ทำให้เพลงตับภุมรินนี้มี ๔ ท่อนเท่ากับเพลงตับแม่ศรีทรงเครื่อง เนื้อเพลงบรรยายถึงบรรยากาศของสวนและดอกไม้ที่มีแมลงมาบินมาดอมดมดอกไม้ และนกชนิดต่างๆ พากันส่งเสียงร้องอยู่ตามกิ่งไม้








เนื้อหาและลักษณะเพลง  

ภุมรินเป็นเพลงตับ (เพลงตับ หมายถึง เพลงที่นำเสียงร้องและบรรเลงมารวมกัน จะต้องมีสำนวนทำนองสอดคล้องต้องกัน คือ มีเสียงขึ้นต้นเพลงคล้ายๆ กัน คือ สำเนียงคล้ายๆ กัน เป็นเพลงในอัตราจังหวะเดียวกัน) เพลงตับภุมรินมี ๔ ท่อน ท่อนแรกบรรยายเกี่ยวกับแมลงพวกผีเสื้...นกสาริกา...นกสีชมพู...นกยูง ตามลำดับ


ในส่วนของคมได้นำเพลงนี้มาบรรเลงโดยตัดเสียงร้องออก เสียงดนตรีหลักคือระนาดเอก ใช้เสียงตามหรือเสียงล้อด้วยซออู้ บรรเลงด้วยหน้าทับลาวในอัตราจังหวะสองชั้นออกชั้นเดียวดัวยเพลงนกสีชมพูแบบสนุกตอนจบ ความยากในเพลงนี้คือ เพลงจะยาว มีจังหวะเหลื่อมผสมจังหวะที่ล้อกันในเพลงนี้





เพลงตับภุมริน (ระนาดเอก ซออู้)  

..............................................................................

เพลงลาวต้อยตริ่ง




           เพลงต้อยตริ่งเป็นเพลงอัตราจังหวะสองชั้น ทำนองเก่า หม่อมหลวงต่วนศรี วรวรรณ นำไปแต่งแปลงทำนองใหม่ เพื่อใช้ประกอบการแสดงละครคณะหลวงนฤมิต เรียกชื่อว่า เพลงลาวเดินดง หรืออีกชื่อหนึ่งว่า ลาวชมดง ต่อมา หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) นำไปแต่งขยายเป็นอัตราสามชั้น ใช้บรรเลงเป็นเพลงโหมโรง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๘ เรียกชื่อใหม่ว่า เพลงโหมโรงลาวใจใส  

ในส่วนของคมได้นำ เพลงลาวต้อยตริ่ง มาบรรเลงด้วยระนาดเอก โดยใช้เครื่องให้จังหวะ ใช้ในอัตราจังหวะสองชั้น บรรเลงด้วยหน้าทับลาว






  


เพลงลาวต้อยตริ่ง 2 ชั้น (ระนาดเอก)

..............................................................................


เพลงกระต่ายเต้น

           กระต่ายเต้นเป็นเพลงไทยสำเนียงมอญ ทำนองเพลงเก่าสมัยอยุธยา รวมอยู่ในเพลงชุดกระต่ายชมเดือน ซึ่งมี ๓ เพลง คือเพลงกระต่ายชมเดือน เพลงกระต่ายเต้น และเพลงกระต่ายกินน้ำค้าง ใช้ประกอบการแสดงละคร ต่อมาลิเกนำมาใช้ในการแสดงลิเก 

ในส่วนของคมได้นำ เพลงกระต่ายเต้น มาบรรเลงด้วยระนาดเอก ซออู้ ซึ่งไม่มีในปี่พาทย์มอญ เป็นการลองผสมเสียงของคมเองเพื่อให้เพลงสนุกยิ่งขึ้น ใช้เครื่องให้จังหวะที่ใกล้เคียงสำเนียงมอญ หากมีความผิดพลาดประการใด ต้องกราบขออภัย มา ณ ที่นี้ด้วย







เพลงกระต่ายเต้น (ระนาดเอก ซออู้)


05 กรกฎาคม 2555

ดอกสาละประจำโรงเรียน...คม

แด่ ส.ย. คงอยู่มุ่งสร้างคนดี


              เมื่อย่างก้าวเข้ามาในบริเวณโรงเรียนสารวิทยา จะเห็นต้นสาละปลูกอยู่ทั่วโรงเรียนจนชินตา เมื่อต้นสาละออกดอกจะสวยงามมาก ดอกมีสีชมพูอมเหลืองหรือแดง ด้านในมีสีม่วงอ่อนอมชมพู กลิ่นหอมมาก ช่อดอกยาวประมาณ ๒-๓ ฟุต ดอกทยอยบานจากโคนไปหาปลายช่อ ดอกบานเต็มที่กว้าง ๕-๑๐ เซนติเมตร และดอกบานได้นานเป็นเดือน เป็นจุดเด่นของต้นสาละ


            ต้นสาละมี 2 ชนิด สายพันธุ์แรกเรียกว่า ต้นสาละใหญ่ (ต้นสาละอินเดีย) ในภาษาบาลีเรียกว่า “ต้นมหาสาละ” มีความเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา ถือเป็นต้นไม้สำคัญยิ่ง  
              (ที่มา http://www.oknation.net/blog/print.php?id=586374)


                     นามนี้มักอ้างเอ่ย              ว่าดี
               เคียงความหมายที่มา               เลิศล้ำ
               เป็นพันธุ์ไม้ดีมี                      นานช้า
               ชื่อสาละกำเนิด                     อยู่คู่พุทธกาล

                      ณ วันแรกประสูติ             พุทธองค์
               ต้นสาละตรงกิ่ง                      แผ่ร่ม
               ที่กำเนิดองค์พุทธ                   ศาสดา
               นิพพานบรรทมใต้                   ร่มเงาสาละ

            ส่วนอีกสายพันธุ์ คือ ต้นสาละลังกา (ต้นลูกปืนใหญ่) หรือต้นแคนนอนบอล ชาวลังกาถือว่าเป็นต้นไม้มงคลในพระพุทธศาสนาเพราะเห็นว่า ดอกมีลักษณะสวย และมีกลิ่นหอมจึงนำไปถวายพระ อีกทั้งนิยมปลูกภายในวัดมากกว่าตามอาคารบ้านเรือน และต้นสาละนี้ได้ปลูกและเป็นต้นไม้ประจำของโรงเรียนสารวิทยาด้วยเช่นกัน

 



                      ไม้มงคลผลกลม             ยืนต้น
               ใบเดี่ยวเรียงจดปลาย              กิ่งก้าน
               ดอกชมพูส้มแดง                   หอมกลิ่น
               ช่อดอกสวยนานใช้                ไหว้พระบูชา

                      เด่นดอกออกโคนต้น       สาละ
               ผิดอกงามละช่อ                    เพลินพิศ
               เป็นไม้ดอกประจำ                  ส.ย.
               ชื่อศรีสถิตให้                       มั่งมีมงคล

                      ส.ย.สื่อความรู้              วิชา
               สร้างศาสตร์ดีวาจา                น้องพี่
               มิตรน้ำใจงามล้ำ                   ศักดิ์ศรี
               เก่งคุณความดีให้                  สังคมรุ่งเรือง

                      อันตัวฉันคงจะ              น้อยนิด
               ช่วยสรรค์ทำกิจได้                 ดำรง
               คุณความดีติดตาม                 เสริมชื่อ
               ให้ ส.ย. คงอยู่                    มุ่งสร้างคนดี

  

10 มิถุนายน 2555

ปัญหาการถูกแอบอ้างข้อมูล...ของคม

ประสบการณ์ที่เกี่ยวกับ Facebook และ Web Blog ของคม 

         จากการที่แม่คมได้จัดทำ Web Blog : kom-ranad-ake.blogspot.com ให้คมมาตั้งแต่ 01 กรกฎาคม 2010 และได้เผยแพร่มาจนถึงทุกวันนี้  ขณะนี้ได้ประสบปัญหาในการถูกนำข้อมูลไปเปิด Facebook ของผู้อื่นที่ไม่ใช่ตัวคม เราคาดไม่ถึงว่าจะเจอเรื่องแบบนี้ เพราะคมเป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่อยากเห็นดนตรีไทยได้รับความนิยม มีความสนใจดนตรีไทยโดยผ่านการเรียน เวทีการแสดง และหาประสบการณ์ทางดนตรีไทยด้วยตนเองมาด้วยความเหนื่อยยาก แล้วนำประสบการณ์ทางด้านดนตรีไทยมาุ่ถ่ายทอดซึ่งผู้สนใจก็ไม่ได้มากมายอะไรเป็นคนกลุ่มเล็กๆ ไม่เคยคิดว่าจะถูกนำชื่อและเรื่องราวไปแอบอ้างแบบหมดตัว ราวกับเป็นคนเด่นคนดังที่เขาโดนกัน ไม่ทราบว่าเป็นใคร มีจุดประสงค์ใด แล้วทำไมต้องทำตัวเป็นคม

ไทม์ไลน์ของผู้แอบอ้าง


        เรื่องที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องชี้แจงให้ผู้ที่ติดตามผลงานของคมได้รับรู้ และเป็นการปกป้องตนเองของคมจากการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าผู้แอบอ้างจะมีเจตนาเช่นไร เขาได้สร้างเรื่องหลอกลวงขึ้นกับผู้อื่นให้เข้าใจผิดว่าเป็นคมทำ ผู้ที่ทำแบบนี้ได้จะขาดจิตสำนึกของความรับผิดชอบถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อผู้อื่นและตัวคม คุณกำลังสนุกบนความเดือดร้อนของผู้อื่น ที่ตั้งใจทำผลงานไว้ดีๆ อยู่ๆ ก็มีคนมาหยิบผลงานไปแอบอ้างเป็นของตนเอง ถ้าเป็นตัวคุณจะรู้สึกเช่นไร

การนำผลงานของคมไปทำเป็นของเขา ใครเห็นก็ต้องคิดว่า Facebook ของคม




นี่! คือผลงานและตัวตนของคม ที่ถูกนำมาใช้

นี่ก็ผลงานและตัวตนของคม ที่ถูกนำมาใช้

นี่ก็ผลงานและตัวตนของคม ที่ถูกนำมาใช้

นี่ก็ผลงานและตัวตนของคม ที่ถูกนำมาใช้

นี่ก็ผลงานและตัวตนของคม ที่ถูกนำมาใช้

นี่ก็ผลงานและตัวตนของคม ที่ถูกนำมาใช้

นี่ก็ผลงานและตัวตนของคม ที่ถูกนำมาใช้

นี่ก็ผลงานและตัวตนของคม ที่ถูกนำมาใช้

วันนี้ ซ้อม ทั้งวันเลยครับ เฮ้อ
โพสต์แสดงความรู้สึกเป็นตัวคม และหาเพื่อนเพิ่มขึ้น

นำความสามารถของคมไปโม้เป็นเรื่องตลก และมีเพื่อนเิ่พิ่มขึ้นเรื่อยๆ

นี่ก็ผลงานและตัวตนของคม ที่ถูกนำมาใช้ มีการโพสต์ข้อความสอดแทรก

นี่ก็ผลงานและตัวตนของคม ที่ถูกนำมาใช้แบบเต็มๆ มีการโพสต์ข้อความสอดแทรก


             ข้อมูลเหล่านี้ได้มาจากการไปสมัครเป็นเพื่อนใน Facebook ของเขาเพื่อดูข้อมูลที่เขาเอาไป และดูพฤติกรรมที่เขาแสดง ดูเพื่อนๆ และดูคนที่มาเป็นเพื่อนกับเขา โดยส่วนใหญ่มีวุฒิภาวะกันแล้ว อยู่ในวัยทำงานมากที่สุด รองลงมาเป็นนักศึกษา ล้วนอยู่ในวงการดนตรีไทยและนาฏศิลป์จากสถาบันชื่อดัง และเด็กที่เป็นเพื่อนของคมก็มี เพราะหลงเชื่อว่าเป็นคม คาดว่าน่าจะเป็นคนที่ชอบดนตรีไทยคนหนึ่งหรืออยู่ในวงการนี้ด้วย เริ่มการเล่นเฟสบุ๊คด้วยการเอาผลงานของคมมาใส่ ใช้รูป ใช้ชื่อ ใช้สถาบันการศึกษาที่เป็นเรื่องสำคัญของคมมาใช้เต็มๆ แบบไม่มีเรื่องราวอื่นใดเลย เป็นคม ระนาดเอกอย่างเต็มตัวทีเดียว แล้วไปสมัครหาเพื่อน ถ้าเขาทำเรื่องไม่ดี ผลเสียจะตกอยู่ที่คมคนเดียว ด้วยการเข้าใจผิด ขอผู้อ่านโปรดเห็นใจคมที่มีใครมาทำบ้ากับเขาแบบนี้ มายุ่งอะไรกับผลงานของเขา ไปทำเอาเองซิ

   -ถ้า"ออโต้ นครปฐม" ยังเป็นเด็กอยู่ เพื่อนๆทีรู้จัก"ออโต้" โปรดช่วยกันตักเตือน ไม่สนับสนุนสิ่งที่เขาทำอยู่ ใครเป็นผู้ปกครองหรือคนรู้จักช่วยชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องให้เขาเติบโตเป็นคนดี ไม่เอาของผู้อืนมาเป็นของตัว ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น หากไม่แก้ไข พฤติกรรมแบบนี้อาจเติบโตแทนและจะสร้างปัญหาไม่รู้จบ
   -หรือถ้า"ออโต้ นครปฐม" เป็นผู้ใหญ่แล้วคงต้องแนะนำไปหาจิตแพทย์ด่วน หรือไม่ก็เลิกพฤติกรรมเช่นนี้ทันทีเพราะคนปกติเขาไม่ทำกัน มันไม่มีศักดิ์ศรี มีคนรู้ความจริงแล้วเป็นเรื่องน่าละอาย
   -หรือถ้า"ออโต้ นครปฐม" มีจิตคิดดี ชื่นชมผลงานคม ระนาดเอกจริงๆ ต้องหยุดการโพสต์ผลงานของคม และเปลี่ยนรูปประจำตัวของคุณไปเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่คม ระนาดเอก ไม่ไปหลอกลวงให้คนอื่นๆ เขาใจผิดอีกจึงจะถือว่าคุณมีเจตนาบริสุทธิ์ แต่ไม่รู้จักความเหมาะสม เราจะให้อภัยคุณและเป็นเพื่อนกันได้

             ฝากถึงเพื่อนๆ ที่ได้ตอบรับเป็นเพื่อนกับ "คม ระนาดเอก (ออโต้)" เขาผู้นี้ไม่ใช่คมตัวจริง หากคุณรับเป็นเพื่อน หรือสมัครเป็นเพื่อนเพราะคิดว่าคม ระนาดเอกตัวจริงก็ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ที่มีไมตรีให้มา หากคุณรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่ใช่คม ระนาดเอกตัวจริงก็ยังเห็นดีไปกับเขา เท่ากับคุณได้สนับสนุนการกระทำที่ไม่ถูกต้องไปด้วย โปรดระวัง

          
            ขอชี้แจ้งเรื่องราวให้รับรู้โดยทั่วกัน

            จากผู้จัดทำ Web Blog : kom-ranad-ake.blogspot.com 
            ขอขอบคุณทุกท่านที่สนใจและได้ติดตามเรื่องราวของคมค่ะ


............................................................................................

การถูกนำรูปของคมไปใช้เป็นรูปประจำตัวโดยผู้อื่น



         ทางผู้จัดทำ Web-Blog ขอชี้แจงว่า จากการที่มีเด็กบางคนได้นำรูปจาก Web-Blog ของคมไปใช้เป็นรูปประจำตัวใน  Facebook ดังภาพใช้สื่อสารกับเพื่อนๆ  อาจเกิดความเข้าใจผิดกับผู้ที่ได้อ่าน หรือผู้ถูกนำมากล่าวถึงสร้างความไม่พอใจโดยไม่มีใครรับผิดชอบถึงความความเสียหายในภาพลักษณ์ของโรงเรียนและตัวนักเรียนเอง ส่วนคมเจ้าของรูปก็อาจมีคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนทำหรือมีส่วนรู้เห็น  เมื่อทางเรารับรู้แล้วไม่สบายใจที่เกิดเรื่องเช่นนี้ จึงอยากขอร้องให้น้องๆ กลุ่มนี้ได้เปลี่ยนรูปประจำตัวเป็นรูปอื่นที่ไม่เกี่ยวกับรูปของคม หวังว่าคงได้รับความร่วมมือให้เกิดความสบายใจกันทุกฝ่า

...ขอขอบคุณล่วงหน้ากับสิ่งดีๆที่จะเกิดกับการกระทำของน้องๆ เองจ้า...


....................(08/07/2013)....................

         ทางผู้จัดทำ Web-Blog ได้ขอให้มีการเปลี่ยนรูปประจำตัวเป็นอย่างอื่น ทางน้องๆ กลุ่มนี้ได้ยุติเรื่องนี้โดยการปิด Facebook หน้านี้ชั่วคราว ...ต่อมาได้ดำเนินการต่อในชื่อเดิมและได้เปลี่ยนรูปประจำตัวใหม่ไม่เกี่ยวกันแล้ว ก็จบ